Why vitamin pills don’t work, and may be bad for you
http://www.bbc.com/future/story/20161208-why-vitamin-supplements-could-kill-you?ocid=ww.social.link.facebook

Original post: FB 29/12/2016
เนื่องจากบทความยาว แต่อยากให้รู้กันเผื่อใช้แนะนำคนไข้ญาติพี่น้องได้ เลยขอถอดความบางส่วนไว้แบบย่อๆ นะครับ
1. ใจความหลักพูดถึงการกิน “anti-oxidant” หรือสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น vit C, vit E, betacarotene ว่าอาจไม่ได้มีประโยชน์ในแง่ป้องกันโรคต่างๆ ไม่ช่วยชะลอความแก่ และอาจเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งอีกด้วย
2. ที่มาของความหวังในสารต้่านฯคือ
– คำแนะนำที่ไม่ได้มีหลักฐานจากศ.ด้านเคมีท่านหนึ่ง ว่ากิน vit C กันเถอะ ผมก็กินทุกเช้า (ซึ่งบทความเขียนไว้ดีครับ ไม่ได้รู้สึกว่าดิสเครดิทท่านเท่าไร แต่ทำให้เห็นว่าความจริงทางการแพทย์แปรเปลี่ยนได้ และจะนำมาใช้ควรผ่าน clinical trial)
– งานวิจัยพบว่า free radical ทำให้เซลล์แก่ geneพัง หนังเหี่ยว
(เป็นหนึ่งใน ageing theory)
3. แต่พบจาก clinical trial ว่า การให้สารต้านฯ เทียบกับยาหลอก ไม่สามารถช่วยชะลอความแก่ได้ และยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งหลายชนิด เช่น ปอด เต้านม ต่อมลูกหมาก ตับอ่อน ฯลฯ
4. เหตุผลกลไกที่พลิกโผ คงจะเป็นเพราะความสุดโต่ง: free radical หรือสารอนุมูลอิสระ เปรียบได้กับไฟ สามารถไหม้เซลล์เรา เผาโครโมโซมได้ แต่ก็มีประโยชน์ใช้สู้กับเชื้อโรค กำจัดเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นความพยายามกำจัดสารอนุมูลอิสระ ย่อมจะทำให้สมดุลย์แห่งพลังเปลี่ยนแปลงไป (RIP เจ้าหญิงเลอา T.T) จนเกิดผลเสียตามมา
5. ย้ำว่าสารต้านฯพวกนี้ เป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกาย ดังนั้นควรได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ไม่มากเกินไป
6. ถามว่าเท่าไรพอ ในคนปกติก็ตาม dietary allowance แต่ถ้าในคนที่ขาดสารอาหาร ติดเหล้า มีปัญหาการกิน การดูดซึม ก็ต้องกินเสริมเป็น”ยา” ตามขนาดยาที่มีการศึกษาไว้จำเพาะกับภาวะของแต่ละคน

7. อันนี้ personal suggestion ถ้าจะตามอ่าน trial ต่างๆที่บทความอ้างถึง นอกจาก bias ต่างๆที่ควรดูเป็นประจำแล้ว อยากให้เน้นดู ขนาดยา ปริมาณของวิตามิน baseline characteristic ต่างๆของคนไข้ ด้วยนะครับ จึงจะนำมาปรับ practice ของตัวเองได้ ไม่ใช่ anti วิตามินไปซะทุกอย่าง และต้องยอมรับความจริงว่า บางเรื่องรอให้มี clinical trial มีการพิสูจน์ความคุ้มค่า อาจจะสายเกินไป (เช่น B1 ของอ.ธีรวัฒน์) บางเรื่องอาจต้องดำเนิน intervention ไปพร้อมๆกับการประเมินผลไปด้วย

*สรุปของสรุป* ถ้ายังยาวไป สรุปสั้นๆว่า ทางสายกลางดีที่สุด ขาดก็เติม เกินก็ควรลด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การกินอาหาร น้ำ วิตามิน นอนหลับ ความเครียด และความรัก

Advertisements